ปลายจวัก

    • ปี 2563, สาขาสื่อละคร ปี2563

ชื่อผลงาน : ปลายจวัก

ช่องทางออกอากาศ : สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

เรื่องย่อ : “อันรสทิพย์สํารับตํารับลักษณ์ มรดกควรค่าจักสานสืบไว้ สมคุณค่าเสริมส่งดํารงไทย อุดมไว้ด้วยรสชาติแห่งชาติพันธุ์”ละครที่นําเสนอ วัฒนธรรมอาหารไทยที่มีอัตลักษณ์ อันวิจิตร สะท้อนวิถีชีวิตในยุคสมัยตามประวัติศาสตร์สอดแทรก
ความสนุกที่เล่าผ่านชะตาชีวิตของตัวละครและบริบทสังคมในสมัยรัชกาลที่ ๕

เรือนคุณหลวงพิชัยธานี ริมคุ้งน้ำคลองอัมพวา พ.ศ. ๒๔๑๘ ภายในครัว คุณช้อย ภรรยาเอกผู้ดีอัมพวากําลัง กํากับการครัวรอรับคุณหลวงชลธารพฤฒิไกร สามีที่กําลังเดินทางกลับทางเรือจากการทําราชการที่นครศรีธรรมราชอย่างสุดฝีมือ   โดยมี
คุณกล้า บุตรชายคนโตวัย ๑๐ ขวบ และนางพัด บ่าวที่เคยทํางานในวังมาด้วยกันช่วยสุดฝีมือ แต่แล้วก็ต้องอึ้ง เมื่อคุณหลวงชลธารพฤฒิไกร ไม่ได้กลับพร้อมวัตถุดิบจากทางปักษ์ใต้เท่านั้น แต่ยังพานางทองสําลี บุตรีคุณพระสันต์ฯ  หัวหน้าโปลิส
คนสําคัญของเมืองนครศรีธรรมราชกลับมาเป็นอนุภรรยาพร้อมบ่าวติดตามชื่อหนุ่ย     ทําให้คุณช้อยที่มีเอกลักษณ์การ    ทําอาหารรสชาติกลมกล่อมตามตํารับชาววัง และเป็นหนึ่งในเรือนคุณหลวงมาตลอดเริ่มรู้สึกถูกรุกล้ำพื้นที่ในครัวผ่านอาหาร
รสชาติจัดจ้านร้อนแรงแบบปักษ์ใต้ของนางทองสําลี ทําให้ทั้งคุณช้อยและนางทองสําลีต่างพยายามสรรหาวัตถุดิบและรังสรรค์เมนูอาหารเลิศรสผ่านปลายจวักเพื่อมัดใจสามี

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๑๙ นางทองสําลีตั้งท้อง  และคุณช้อยก็ท้องตามมาเช่นกัน    ทองสําลีคลอดลูกสาวในครัวท่ามกลางบรรยากาศเผ็ดร้อนขณะตําพริกแกงชื่อวาด   ในขณะที่คุณช้อยเกิดปวดท้องคลอดขณะคุมบ่าวกวนน้ำตาลมะพร้าวท่ามกลาง
บรรยากาศทั้งหอมและหวานชื่ออ่อน    แต่เสียเลือดมากจนเสียชีวิต ทําให้คุณหลวงเศร้ามาก    และพาลโกรธอ่อนว่าเป็นตัวกาลกิณีทําให้ภรรยาสุดที่รักตาย   เมื่อสิ้นคุณช้อย   นางทองสําลีจึงต้องขึ้นมาเป็นหลักในการดูแลกิจการงานบ้านงานครัว
ทุกอย่างในเรือนคุณหลวง

จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๔๓๑ ทั้งอ่อนและวาด เติบใหญ่จนอายุได้ ๑๑ ย่าง ๑๒ ขวบ วาด ผู้ที่สวยคมขําตามแบบชาวใต้ มีนิสัยซุกซน   ชอบพูดจาโผงผาง ไม่ค่อยสนใจงานครัว ต่างกับอ่อน น้องสาวที่อายุเท่ากัน แต่มีนิสัยเรียบร้อย ผิวขาว ค่อนข้างขี้อาย
ชอบเรียนรู้การทํากับข้าว และการบ้านการเรือนโดยมีนางพัดดูแลอย่างใกล้ชิด อ่อนรับรู้ได้ว่าคุณพ่อซึ่งขณะนั้น เป็นคุณพระชลธารพฤฒิไกร ไม่รักและรังเกียจตน อ่อนจึงได้แต่สงบเสงี่ยมเจียมตัวและอยู่อย่างผู้อาศัย แต่สองพี่น้องทั้งวาดและอ่อน
ก็รักใคร่กันดี

ส่วนคุณกล้า เมื่ออายุได้ ๑๙ ปี ได้เรียนเป็นทหารเรือกับบิดา พ.ศ.๒๔๓๔ ในขณะนั้นประเทศไทยถูกคุกคามดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงแรงขึ้นเรื่อยๆ  คุณกล้าจําเป็นต้องไปทําภารกิจที่ลาว  พ่อทั้งกลุ้มทั้งห่วงลูก แต่ก็ภูมิใจที่ลูกจะได้รับใช้กรมหลวง
พิชิตปรีชากร มณฑลลาวกาว   นางทองสําลี  อ่อน   และบ่าวไพร่ในบ้านจึงช่วยกันคิดเมนูอาหารสําหรับเดินทางไกลและออกรบเพื่อให้คุณกล้าและเพื่อนๆ ได้กินระหว่างเดินทาง แต่คุณกล้าไปได้เพียงครึ่งทางก็เป็นไข้ป่าเจียนตายจนต้องถูกส่งตัว
กลับระหว่างคุณกล้าป่วยมีเพื่อนมาเยี่ยม เป็นชายหนุ่มที่กําลังฝึกเป็นมหาดเล็กหลวง ชื่อคุณเลิศ

คุณกรุ่น   ญาติของคุณช้อย ตัวแทนจากพระอัครชายาเธอพระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ฯ   มาคุยกับคุณพระและมาขอตัวอ่อนไปอยู่ในวัง   แต่ในขณะเดียวกันนางทองสําลีก็ขออนุญาตคุณพระให้พาวาดเข้าวังไปด้วย   ในที่สุดสองพี่น้อง  อ่อนและวาด
จึงได้เดินทางเข้าวังไปกับคุณกรุ่น และได้ฝึกและเรียนรู้การทําอาหารในวัง ทั้งอ่อนและวาดได้พบกับสิน ชายหนุ่มเชื้อ สายจีนวัย ๑๘ ปี ระหว่างการออกไปหาซื้อวัตถุดิบการทําอาหารเข้าวัง จนกระทั้งวาดและสินมีปากเสียงและพาลไม่ชอบหน้ากัน

ในพิธีโกนจุกของอ่อนกับวาด   คุณเลิศมากับคุณกล้า อ่อนสวยมาก  คุณเลิศเก็บดอกลําเจียกมาให้ถูกวาดแกล้งหักจนดอกไม้ปี้ป่น พ.ศ. ๒๔๓๕ วาดและอ่อนได้รู้จักคุณปราง ข้าหลวงจากตําหนักเจ้าจอมกรกฎ กล้าและเลิศมารอพบน้องๆและลาไป
ราชการที่เมืองลาว จึงได้รู้ว่าปรางเป็นน้องคุณเลิศ

พ.ศ.๒๔๓๖   มีการจัดตั้งสภาอุณาโลมแดง   ในห้องเครื่องตื่นตัวมาก   มีการบรรจุหีบห่อของกินและเวชภัณฑ์ของใช้สําหรับส่งไปให้ทหารสยามในลาว   สินเป็นอาสาในทีมขนของจากสภาอุณาโลมแดงไปลาว และอาสาขอร่วมรบด้วยโดยเป็นล่าม
ฝรั่งเศสหลังจากแพ้สงครามให้ฝรั่งเศส ในหลวงเศร้าไม่เสวย ห้องเครื่องจึงพยายามทําของรสเลิศต่างๆ ถวาย ซึ่งอ่อนกับวาดก็เป็นกําลังสําคัญในการสร้างสรรค์เมนูอาหาร

ในปี พ.ศ.๒๔๓๘   เจ้าคุณมหินทร์พ่อของเลิศที่เป็นเจ้าคุณมาขอลูกสาวของคุณพระ   พวกชาววังลือไปทั่วว่าเลิศไปสู่ขอลูกสาวคุณพระ   สถานการณ์หลายอย่างทําให้วาดนึกว่า   คุณเลิศมาขอตนทําให้วาดวิมานไปมากมาย   คุณกรุ่นมาพูดกับอ่อน
ว่าเลิศชอบพออ่อน  วาดได้ยินก็รู้สึก อกหัก  วาดได้คุยกับอ่อนไม่ต้องกังวลอาจจะเสียใจที่อกหัก แต่กลายเป็นเศร้ามากกว่าที่ต้องพรากจากพี่น้อง ก่อนถึงงานแต่งงานคุณพระขอโทษที่มีอคติกับอ่อนมาตลอด ในที่สุดสองพ่อลูกก็ได้ปรับความเข้าใจ
กัน

เมื่อครั้งคุณเลิศได้ตามเสด็จประพาสยุโรป อ่อนต้องดูแลบ้านลําพังและอ่อนก็เริ่มตั้งท้อง ส่วนฝ่ายสินให้ผู้ใหญ่มาติดต่อขอวาด แต่วาดปฏิเสธเพราะตั้งใจถวายงานราชการ หลังจากคุณเลิศกลับจากยุโรป อ่อนคลอดลูกแฝดชายหญิง ในขณะเดียวกัน
เจ้าคุณล้มและเจ็บหนัก  อ่อนหอบลูกไปเยี่ยม  วาดลามาจากในวังและสองคนได้ดูใจจนคุณพ่อเสีย  ในงานศพคุณพระ   สินมาช่วยงานคุณกล้าเต็มตัวทําให้ได้ใกล้ชิดกับวาดมากขึ้น และขอโอกาสที่จะแต่งงานกับวาดอีกครั้ง แต่วาดไม่อยากออกจาก
วังเพราะชอบห้องเครื่องเสียแล้ว   แต่สินก็ไม่ลดละ   พยายามขอวาดแต่งงานอีกหลายครั้ง   แต่วาดก็ปฏิเสธทุกครั้งไป   จนกระทั่ง 5 ปีต่อมา   สินได้เจอกับหญิงสาวและชอบพอกันทําให้วาดเสียใจมาก   ส่วนกล้าได้คบกับหญิงฝรั่ง ลูกครูสอนศาสนา
ชาวฝรั่งเศส ชื่อกัทรีน

คุณเลิศตามประพาสยุโรปครั้งที่ ๒  วาดจึงมาช่วยอ่อนเลี้ยงลูก และพูดถึงเรื่องในหลวงรัชกาลที่ ๕  ทรงป่วยไปรักษาตัว ในวังเป็นห่วงกันมาก ส่วนเลิศคิดถึงเมียจึงเขียนจดหมายเล่าถึงพระอาการของในหลวงร.๕   วาดเริ่มสอนข้าหลวงเด็กๆในวังเริ่ม
วิตกเพราะทรงเป็นโรคไต จึงคิดอาหารจืดๆ กลมกล่อม ซึ่งมักจะเป็นอาหารฝรั่ง เพราะอาหารไทยรสจัดมาก มีการทําอาหารที่รสเป็นธรรมชาติมากๆ ไม่หวาน ไม่มัน ไม่เค็ม ตามที่แพทย์ฝรั่งมาแนะนํา

กลางเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓  ในห้องเครื่องทําอาหารกันไปเช็ดน้ำตาไปเพราะท่าไม่ดีแล้ว  ในที่สุดอ่อนก็ได้รู้ข่าวการสวรรคตของในหลวงร.๕ จากเลิศ  เมืองทั้งเมืองเศร้ารันทด ในวัง   ห้องเครื่องทําอาหารดับเศร้าเลี้ยงแขกอ่อนและวาดได้เรียนรู้
ชีวิตทั้งดีและร้ายผ่านการทําอาหารที่พวกเธอได้ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้น ผ่านช่วงชีวิตและเหตุการณ์สําคัญของบ้านเมือง อาหารจึงเปรียบเสมือนสิ่งสําคัญในการขับเคลื่อนให้ผู้คนมีพลังกายพลังใจที่แข็งแรงผ่านปลายจวักของพวกเธอ